นอนห้องแอร์ทีไร คัดจมูกทุกที Checklist 6 จุดสำคัญ แหล่งก่อภูมิแพ้ในห้องคุณ

0

เปิดแอร์นอนแล้วคัดจมูกจนนอนไม่ได้!! ปัญหายอดฮิตของคนขี้แพ้ โดยเฉพาะ “โรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ” สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากมาจากแอร์ที่บ้านของเราเอง ถึงแม้จะช่วยคลายร้อน แต่รู้หรือไม่ว่าแอร์คือแหล่งสะสมเชื้อโรคที่เราเองก็อาจคาดไม่ถึงด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะความชื้น ที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ไวรัสและเชื้อรา ทันทีที่เปิดแอร์แล้วมีกลิ่นเหม็นอับฟุ้งกระจายออกมาพร้อมลมแอร์ที่ไหลเวียนอยู่แค่ภายในห้อง นั่นคือความเสี่ยงที่กำลังจะเกิดขึ้นกับสุขภาพอย่างเลี่ยงไม่ได้

ถึงแม้จะล้างแอร์สม่ำสมอ หรือดูดฝุ่นแล้วก็ตาม แต่อาการคัดจมูก หายใจติดขัด บางทีก็อยากจะจามจนรู้สึกรำคาญตัวเอง ก็ไม่หายไปสักที อย่าเพิ่งโทษแอร์อย่างเดียว!! สภาพแวดล้อมภายในบ้านก็ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงของสารก่อภูมิแพ้ทั้งหลายได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นไรฝุ่น เชื้อรา ขนสัตว์เลี้ยง ปีกแมลงสาบ รวมไปถึงความชื้นในบ้านที่ไม่เหมาะสม ก็ยิ่งส่งผลให้รู้สึกอึดอัดและหายใจลำบาก ลอง Checklist ตามจุดที่ HDD จะพาไปสำรวจกันก่อนว่าอาการคัดจมูกเรื้อรังที่ไม่ขาดหายมาจากสาเหตุไหนกันแน่ เพื่อการแก้ไขที่ถูกต้อง


ระดับความชื้นในบ้าน แค่ไหนถึงพอดี?


การรักษาระดับความชื้นในบ้านให้เหมาะสมใครว่าไม่สำคัญ เพราะหากปล่อยให้ระดับความชื้นสูงกว่าหรือต่ำกว่าปกติ ไม่เพียงนำไปสู่ความเสียหายต่อเฟอร์นิเจอร์และของใช้ภายในบ้าน ที่มากไปกว่านั้นคือผลกระทบต่อสุขภาพของผู้อาศัยโดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ ที่ล้วนแต่กระตุ้นให้เกิดสารก่อภูมิแพ้มากมาย ซึ่งความชื้นสัมพัทธ์ที่เรารู้สึกสบายที่สุด จะอยู่ระหว่าง 40% RH – 60% RH หรืออยู่ที่อุณหภูมิ 22 – 27 องศาเซลเซียล

เคยสังเกตกันไหมคะ? เมื่อความชื้นภายในบ้านสูงเกินไป เราจะรู้สึกเหนียวเหนอะหนะ ไม่สบายเนื้อสบายตัว คัดจมูกหายใจก็ไม่ค่อยสะดวกนัก ที่แย่ไปกว่านั้นความชื้นที่เพิ่มสูงขึ้น ยังนำไปสู่การเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรียอีกด้วย ในขณะเดียวกันหากสภาพความชื้นในห้องต่ำ หรือมีอากาศที่แห้งเกินไป เราจะรู้สึกได้เลยว่าจะมีอาการคอแห้ง ไอแห้ง เจ็บคอ  ผิวหนังแห้ง หรือบางรายก็อาจมีอาการเยื่อบุจมูกแห้ง ล้วนเป็นสาเหตุที่เสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้ทั้งสิ้น

ฉะนั้นเราจึงต้องรักษาระดับความชื้นให้เหมาะสม หมั่นตรวจสอบแหล่งน้ำในบ้าน ทำความสะอาดกำจัดเชื้อราอยู่เสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ หากไม่อยากให้ยุ่งยาก ในปัจจุบันเครื่องปรับอากาศก็มีฟังก์ชันที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิและระดับความชื้นให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติที่ช่วยกำจัดสารก่อภูมิแพ้อีกด้วย


เปิดแอร์ในอุณหภูมิที่เหมาะสม


สำหรับคนขี้แพ้ ย่อมมีความเสี่ยงสูงกับสุขภาพเมื่อต้องอยู่ในห้องแอร์ทั้งวัน ทั้งอาการคัดจมูก แสบตา คอแห้ง ปากแห้ง หรืออาจมีอาการอื่นแทรกซ้อน ฉะนั้นจึงต้องปรับอุณหภูมิแอร์ให้เหมาะสม ไม่หนาวหรือร้อนจนเกินไป ซึ่งโดยปกติแล้วการเปิดแอร์ที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียล จะเป็นช่วงอุณหภูมิที่ร่างกายอยู่ใน “สภาวะสบาย” มากที่สุด แต่ทั้งนี้ก็สามารถปรับอุณหภูมิแอร์ให้สูงขึ้นระหว่าง 26 – 27 องศา ก็ยังอยู่ในช่วงของความเย็นสบย แถมยังช่วยประหยัดไฟได้อีกทางด้วย

ทั้งนี้หากบ้านไหนที่เปิดพัดลมควบคู่ไปด้วย ก็ไม่ควรให้พัดลมจ่อขึ้นทางจมูก และเปิดเบอร์แรงเกินไป เพราะลมก็ยิ่งจะพัดเอาความชื้นที่มีในจมูกออกไปหมด จะรู้สึกได้ทันทีในตอนตื่นนอนทั้งอาการคัดจมูก แสบจมูก เยื่อบุจมูกแห้ง ซึ่งก็ไม่ดีต่อสุขภาพในระยะยาว


อย่ามองข้ามไรฝุ่นบนที่นอน หมอน ตุ๊กตา ผ้าห่ม รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ


สาเหตุหลักของโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ คนขี้แพ้จะทราบดีอยู่แล้วว่าส่วนใหญ่มาจากไรฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้ทั้งหลายตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น แล้วเคยสงสัยกันไหมคะ? ว่าเจ้าไรฝุ่นมีหน้าตาเป็นยังไง ทำไมหลายคนต้องขยาดกับมันและอยากที่จะกำจัดให้สิ้นซาก ไรฝุ่น สิ่งมีชีวิตที่ถูกขนานนามว่าเป็นวายร้ายตัวจิ๋ว ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า พวกมันกินเศษหนังกำพร้า และผงรังแคเป็นอาหาร ที่สำคัญไม่ได้ร้ายแค่ตัวมันเท่านั้น อุนจิของมันก็ยิ่งทำให้เกิดการระคายเคืองเป็นสารก่อภูมิแพ้ไม่น้อยไปกว่ากัน

แล้วที่ไหนจะเป็นแหล่งอาหารอันโอชาให้พวกมันแฝงตัวได้ดีไปกว่าห้องนอน!! แหล่งกักเก็บฝุ่นผง รังแค รวมถึงเชื้อโรคต่างๆ ที่ปะปนอยู่ตามที่นอน หมอนที่เราหนุน ผ้าห่ม ตุ๊กตาที่เรากอด รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นต่างๆ ฉะนั้นต้องหมั่นดูแลรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ เริ่มจากถอดผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน และผ้าห่ม ไปซักทุกสัปดาห์ ด้วยน้ำร้อนอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียสขึ้นไปยิ่งดี โดยใช้เวลาประมาณ 20 – 30 นาที ก็จะช่วยฆ่าตัวไรฝุ่นได้

หากไม่มีเวลา ให้นำไปตากแดดจัดช่วงกลางวันอย่างต่ำประมาณ 3 – 5 ชั่วโมง ก็จะช่วยลดปริมาณไรฝุ่นอีกทางหนึ่ง โดยเฉพาะที่นอน และตุ๊กตา ก็อาจใช้เครื่องดูดฝุ่นหรือไม้ตบฝุ่นควบคู่ไปด้วย ที่สำคัญก็ค้องหมั่นทำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เลือกของที่ไม่จำเป็นออกไปบ้าง แต่ปัจจุบันก็มีชุดเครื่องนอนที่ช่วยป้องกันไรฝุ่น ก็ยิ่งช่วยประหยัดเวลา ลดความเสี่ยงได้ระดับหนึ่ง


ทิศทางการนอนที่เหมาะสม


การทำความสะอาดห้องนอนให้สดชื่นไร้ฝุ่นอย่างสม่ำเสมอ นอกจากจะช่วยลดปริมาณของสารก่อภูมิแพ้แล้ว ตำแหน่งห้องนอน ทิศทางการนอน ก็มีผลต่อสุขภาพด้วยเช่นกัน ซึ่งหลายคนก็อาจมองข้ามเรื่องนี้ไป ห้องนอนที่ดี ควรมีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่อับชื้น โปร่งโล่ง อยู่แล้วสบายไม่อึดอัด ที่สำคัญคือต้องเปิดรับลมรับแสงจากธรรมชาติบ้าง เพื่อให้เกิดการถ่ายเทอากาศที่ดี และเป็นทางผ่านให้แสงแดดส่องเข้ามาช่วยฆ่าเชื้อโรคได้อีกทาง ทิศที่เหมาะสมกับห้องนอนคือทิศตะวันออก เพราะจะได้รับแสงแดดอ่อนในช่วงเช้า และทิศเหนือได้ที่ได้รับแสงบ้างแต่ไม่ตลอดทั้งวัน

สำหรับใครที่มีโอกาศเสี่ยงเป็นโรคภูมิแพ้ ตำแหน่งของเตียงนอนที่ดี ต้องหลีกเลี่ยงการนอนใต้แอร์ หรือติดแอร์ไว้ที่ปลายเตียง เพราะหากแอร์สกปรก ลมที่กระจายออกมาก็จะมีเชื้อโรค ที่พร้อมจะปะทะเข้าร่างกายโดยตรง โดยเฉพาะฝุ่นที่เราสูดเข้าจมูกโดยไม่รู้ตัวในยามหลับ จะรู้สึกตัวอีกทีเมื่อเราตื่นนอนขึ้นมา ทั้งอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล แสบตา บ้างก็มีอาการระคายเคืองตามผิวหนัง หากไม่รีบปรับทิศทางการนอนให้เหมาะสม หรือไม่มีการทำความสะอาดแอร์ รับรองเลยว่าส่งผลเรื้อรังต่อระบบทางเดินหายใจในระยะยาวเป็นแน่


แก้ปัญหาอากาศภายในบ้านไม่ถ่ายเท


จะเสี่ยงต่อสุขภาพแค่ไหน หากต้องอยู่ภายในบ้านที่ปิดทึบ ไม่มีบานหน้าต่าง ไม่มีแสงสว่างส่องผ่าน กลายเป็นที่กักเก็บความร้อนและความชื้น รวมไปถึงมลพิษทางอากาศ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ฝุ่นผงภายในบ้าน เชื้อโรคและเชื้อแบคทีเรียต่างๆ ที่ล้วนแต่เป็นสารก่อภูมิแพ้ทั้งหลาย โดยที่ไม่มีการระบายอากาศออกไปภายนอก แค่นึกภาพตามก็รู้สึกแย่แล้วใช่ไหมคะ ยิ่งทันทีที่เปิดแอร์หรือเปิดพัดลม เชื้อโรคและสิ่งสกปรกต่างๆ ที่กระจายไปทั่วห้อง ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อโรคเข้าไปเต็มๆ

ฉะนั้นการหมุนเวียนอากาศ เพื่อให้เชื้อโรคและมลพิษที่อยู่ภายในห้อง เกิดการถ่ายเทออกสู่ภายนอก จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ วิธีที่เบสิกที่สุดคือการเปิดหน้าต่างหรือประตูบ้านเพื่อให้เกิดการ “ไหลเวียนของอากาศ” ให้ลมธรรมชาติจากภายนอกช่วยถ่ายเทเชื้อโรคและขจัดสิ่งปนเปื้อนในห้องเรา ทั้งนี้ก็สามารถเปิดพัดลมช่วยระบายอากาศได้อีกทางด้วย ขณะที่ห้องน้ำ และห้องครัว ก็อาจจะต้องติดตั้งช่องลมระบายอากาศ หรือพัดลมระบายอากาศ ก็จะช่วยดูดกลิ่นออกสู่ภายนอกได้อีกทาง

เมื่ออากาศเกิดการถ่ายเท มีการไหลเวียนอย่างเหมาะสม ไม่เพียงช่วยสร้างสภาวะน่าสบายให้เราเท่านั้น แต่ยังช่วยประหยัดพลังงานและค่าไฟได้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่ถ้ายังกังวลว่าจะมีละอองฝุ่น หรือเชื้อโรคต่างๆ ลอยไปลอยมารอบตัว ปัจจุบันก็มีเครื่องปรับอากาศ ที่มาพร้อมแผ่นฟอกอากาศ ช่วยกำจัดเชื้อโรคและต่อต้านสารก่อภูมิแพ้ต่างๆ ให้เราสูดอากาศบริสุทธิ์ได้อย่างเต็มปอด เป็นอีกทางเลือกหนึ่งด้วย


แอร์เก่า เป็นที่หมักหมมของเชื้อโรค

เลือกแอร์ Inverter ที่มีคุณสมบัติทำลายเชื้อโรคและต่อต้านสารก่อภูมิแพ้


แอร์เก่า ที่ไม่ได้รับการทำความสะอาดเป็นเวลานาน จนกลายเป็นแหล่งหมักหมมของเชื้อรา แบคทีเรีย แถมยังก่อให้เกิดการเจริญเติบโตของเชื้อโรคต่างๆ ได้เป็นอย่างดี จะรู้ทันทีเมื่อเราเปิดแอร์กลิ่นอับจะลอยกระจายไปทั่วห้อง นั่นคือความเสี่ยงที่เชื้อโรคทั้งหลายจะลอยตามกระแสลมออกมาด้วย อันเป็นสาเหตุของโรคระบบทางเดินหายใจ ฉะนั้นจึงควรทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอทุก 6 เดือน

แต่หากแอร์เก่าจนเกินเยียวยา ลองเลือกแอร์ Inverter ที่นอกจากจะช่วยประหยัดพลังงานได้มากกว่าแอร์ทั่วไปแล้ว ยังมีระบบดักจับทำลายเชื้อโรคและต่อต้านสารก่อภูมิแพ้ ช่วยกรองฝุ่น PM 2.5 เพื่ออากาศที่บริสุทธิ์ เชื้อโรคหมดโอกาสเจริญเติบโต และฟังก์ชันช่วยยับยั้งกลิ่นอับและการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ไล่ความชื้นออกจากคอยล์เย็น นอกจากจะช่วยประหยัดเวลาในการทำความสะอาด ยังลดค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาวเลยทีเดียว

ทั้ง 6 จุดเสี่ยงที่กระตุ้นสารก่อภูมิแพ้ในบ้าน เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ผู้เขียนหยิบยกมาฝากกันเท่านั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้สะอาดอยู่เสมอ เปิดประตูและหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท โดยให้แสงแดดส่องถึงบ้าง และต้องดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำเรารู้ว่าแพ้ให้มากที่สุด แต่หากเป็นกังวลใจว่าบ้านที่เราอยู่อาศัย ยังคงมีเชื้อโรคแฝงตัวอยู่ โดยที่เราอาจมองไม่เห็นและทำความสะอาดไม่หมด

Homedeedee ขอแนะนำเครื่องปรับอากาศ Mitsubishi Heavy Duty อีกหนึ่งตัวช่วยที่มีคุณสมบัติช่วยกำจัดสารก่อภูมิแพ้ ดูดซับก๊าซอันตรายและฝุ่นละอองในอากาศ และยังช่วยกำจัดกลิ่น ป้องกันแบคทีเรีย เชื้อราและไวรัส ตามมาตรฐาน RoHs ตอบโจทย์ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ได้อย่างตรงใจเลยทีเดียว โดยมีให้เลือกถึง 3 รุ่น ด้วยกัน และทุกรุ่นยังเป็น Inverter แท้ทั้งระบบ แถมยังประหยัดไฟเบอร์ 5 สูงสุด 3 ดาว พร้อมยังรับประกันถึง 5 ปี ทุกชิ้นสวน

โดยทั้ง 3 รุ่น ประกอบด้วย 4 ชิ้นส่วน  เพื่อให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อุณความเย็นอย่างต่อเนื่องและคงที่ ยิ่งช่วยประหยัดพลังงานและประหยัดไฟได้มากกว่า ได้แก่รุ่น ZSXS (FUYU Series) และรุ่น  YVS & YXS (AKI & YUKI Series)  ประกอบด้วย

1.แผงวงจรอัจฉริยะ PAM ควบคุมความเร็วรอบของคอมเพรสเซอร์และมอเตอร์ โดยปรับเปลี่ยนความถี่ในการทำงาน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้พลังงาน

2.คอมเพรสเซอร์กระแสตรง DC สามารถปรับเปลี่ยนความเร็วรอบในการทำงานให้สัมพันธ์กับอุณหภูมิภายในห้อง จึงช่วยให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น

3.วาล์วอิเล็กทรอนิกส์ EEV ควบคุมอัตราการไหลของสารทำความเย็น เพื่อให้วงจรสารทำความเย็นอยู่ในสภาวะที่เหมาะสมที่สุด

4.มอเตอร์กระแสตรง มีความแม่นยำในการควบคุมความเร็วรอบ เปลี่ยนแปลงความเร็วรอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 


เครื่องปรับอากาศ MITSUBISHI HEAVY DUTY

รุ่น ZSXS (FUYU Series)


เครื่องปรับอากาศ MITSUBISHI HEAVY DUTY รุ่น ZSXS (FUYU Series) ได้รับการพัฒนาด้านวิศวกรรมผสานกับการออกแบบที่ทันสมัยได้อย่างลงตัว มาพร้อมการทำงาน 2 ระบบ คือระบบทำความเย็น (Cooling Operation) และระบบทำความร้อน (Heating Operation) โดดเด่นด้วยฟังก์ชันที่ช่วยให้การใช้พลังงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดค่าไฟอย่างได้ผล ด้วยการใช้ Motion Sensor เซ็นเซอร์อินฟาเรดที่ตรวจจับความเคลื่อนไหวภายในห้องและปรับอุณหภูมิ ระดับพัดลม หรือโหมดการทำงานให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ หรือสามารถตั้งค่าให้เครื่องปิดการทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อไม่มีคนอยู่ในห้อง ทำให้เครื่องปรับอากาศรุ่น Fuyu Series นี้ประหยัดไฟมากเป็นพิเศษ

นอกจากช่วยประหยัดพลังงานแล้ว ยังตอบโจทย์ด้วยฟังก์ชันที่โดดเด่นแบบจัดมาเต็มเครื่อง ด้วยช่องลมแบบ Jet flow โดยใช้เทคโนโลยีจ่ายลมแบบเดียวกับใบพัดในเครื่องบินเจ็ท ทำให้ส่งลมเย็นได้ไกลสูงสุด 17 เมตร หมดห่วงแอร์เย็นไม่ทันใจ เพียงกดปุ่ม Hi Power บนรีโมทคอนโทรล เครื่องปรับอากาศจะเร่งความเร็วต่อเนื่องให้ห้องเย็นตามอุณหภูมิที่ กำหนดภายในเวลาแค่ 15 นาทีเท่านั้น แถมห้องยังเย็นอย่างทั่วถึง ด้วยฟังก์ชัน 3D Auto ที่กระจายลมอัตโนมัติแนวตั้ง 6 รูปแบบ และแนวนอน 8 รูปแบบ ทำให้เครื่องสามารถส่งลมเย็นไปได้ทั่วทุกมุมห้อง

นอกจากจะเย็นอย่างเต็มประสิทธิภาพแล้ว ยังเอาใจผู้ที่รักสุขภาพ ปลอดภูมิแพ้ ด้วย Allergen Clear Filter แผ่นฟอกอากาศ ที่มีคุณสมบัติทำลายเชื้อโรคและต่อต้านสารก่อภูมิแพ้ Nano Air filter ช่วยกรองฝุ่น PM 2.5 โดยได้รับการรับรองตามมาตรฐาน RoHs นอกจากนี้ยังหมดปัญหาเรื่องกลิ่นอับที่มาจากแผงคอยล์เย็น ด้วยฟังก์ชัน Self Clean ช่วยไล่ความชื้นออกจากคอยล์เย็น จึงยับยั้งกลิ่นอับและการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียได้เป็นอย่างดี และ Allergen Operation ซึ่งเป็นระบบดักจับทำลายเชื้อโรคและต่อต้านสารก่อภูมิแพ้ จึงสบายใจหายห่วง แน่นอนว่าสุขภาพก็ต้องดีในทุกวันด้วย


เครื่องปรับอากาศ MITSUBISHI HEAVY DUTY

รุ่น AKI และ YUKI Series


สร้างสภาพแวดล้อมในบ้านเพื่อสุขภาพที่ดี เสมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่เต็มไปด้วยอากาศบริสุทธิ์สดชื่น ด้วยเครื่องปรับอากาศ MITSUBISHI HEAVY DUTY รุ่น AKI และ YUKI Series มาพร้อมฟังก์ชันสุดเฟรช 24 Hour ION ปล่อยไอออนลบ ช่วยให้อากาศบริสุทธิ์สดชื่น รู้สึกผ่อนคลาย ตลอด 24 ชั่วโมง แม้ในขณะที่เครื่องปรับอากาศไม่เปิดใช้งานก็ตาม และฟังก์ชัน Self Clean Operation ที่สามารถทำความสะอาดตัวเครื่องโดยอัตโนมัติ โดยไล่ความชื่นในคอยล์เย็นให้แห้ง หลังจากนั้นเครื่องจะปิดการทำงานเองโดยอัตโนมัติ จึงหมดกังวลกลิ่นอับมากวนจมูก และยังช่วยหยุดการเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรียอีกด้วย

สำหรับเครื่องปรับอากาศรุ่น AKI และ YUKI Series นั้นก็ยังคงโดดเด่นด้วยการออกแบบช่องลมแบบ Jet flow โดยใช้เทคโนโลยีเครื่องบินเจ็ท ส่งลมเย็นได้ไกลสูงสุด 17 เมตร และ Hi Power การใช้งานโหมดพลังสูง ที่ช่วยเร่งความเร็วให้ห้องเย็นตามที่กำหนดภายในเวลา 15 นาที และฟังก์ชัน 3D Auto ที่กระจายลมอัตโนมัติแนวตั้ง 6 รูปแบบ แนวนอน 8 รูปแบบ ทำให้ส่งความเย็นไปได้ทั่วทุกมุมห้อง ไม่ว่าจะเดิน จะนั่ง จะนอนอยู่มุมไหนของบ้าน ความเย็นก็ส่งถึงอย่างแน่นอน

สำหรับคนขี้แพ้ ก็สามารถสูดอากาศบริสุทธิ์ได้อย่างไร้กังวล ด้วยแผ่นกรอง Anti allergy & Activated carbon air filter กับคุณสมบัติช่วยกำจัดสารก่อภูมิแพ้ ดูดซับก๊าซอันตรายและฝุ่นละอองใน Nano Air filter ที่สามารถกรอกฝุ่น PM 2.5 ควันพิษ อีกทั้งยังช่วยกำจัดกลิ่น ป้องกันแบคทีเรีย เชื้อราและไวรัส ตามมาตรฐาน RoHs อีกด้วย

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.mitsuheavythai.com

Facebook : Mitsubishi Heavy Duty Thailand หรือโทร.02-378-9999