ทัชมาฮาล อนุสรณ์แห่งความรักนิรันดร์

0
1711

Property of the week x Property Hub ในเดือนแห่งความรักนี้ พวกเราทีมงาน HomeDeeDee จะพาไปชมสถาปัตยกรรมแห่งความรัก ที่เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกใบนี้ ผ่านเรื่องราวทางสถาปัตยกรรมทั้งภายในและภายนอก รวมถึงรูปแบบของการพัฒนาทางด้านอสังหาริมทรัพย์ที่นอกจากมีการเจริญเติบโตแล้ว ยังเป็นอีกถึงปัจจัยที่ช่วยสร้างเม็ดเงินทางด้านการท่องเที่ยวอีกด้วย

เพื่อให้นักอ่านทุกท่านได้ดื่มด่ำกับความงามของศิลปะที่ถูกถ่ายทอดเรื่องราวแห่งความรักนิรันดร์ผ่าน Space ที่มีมนต์เสน่ห์ชวนหลงใหล กับแนวความคิดเชิงอุดมคติเพ้อฝันที่ก่อกำเนิดเป็นความจริง และข้ามกาลเวลาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน จนกลายเป็น อนุสรณ์แห่งความรัก ที่เรารู้จักในชื่อ “ทัชมาฮาล”


สถาปัตยกรรมอันเป็นนิรันดร์


 

“ทัชมาฮาล” เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์และเป็นมรดกของโลก ที่ไม่น่าเชื่อว่าในอดีตกาลหลายร้อยปีก่อนหน้านี้จะมีสิ่งปลูกสร้างที่สมบูรณ์และงดงามในเชิงโครงสร้าง การออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ และวิวัฒนาการเชิงวิศวกรรม ที่ยังเป็นข้อสงสัยจนถึงทุกวันนี้ว่าคนในยุคนั้นมีองค์ความรู้และใช้เครื่องมืออะไรในการก่อกำเนิดสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าชิ้นนี้ขึ้นมา

“อนุสรณ์แห่งความรัก” หรือ “สุสานแห่งความตาย” 

ก่อนที่จะพาเพื่อนนักอ่านทุกท่านไปชมความงดงามเชิงสถาปัตยกรรมของ ทัชมาฮาล เราอยากจะขอเล่าที่มาที่ไปพอสังเขปของสถานที่แห่งนี้กันก่อน…

ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1592 เกิดเรื่องราวความรักระหว่างกษัตริย์ชาห์ชะฮันผู้ปกครองประเทศอินเดียได้พบรักและอภิเษกสมรสกับพระมเหสี อรชุมันท์ พานุ เพคุม โดยทั้งสองได้ครองรักกันจนกาลเวลาล่วงเลยมาถึง ค.ศ. 1631 พระมเหสีได้สิ้นพระชนม์ลง ทำให้กษัตริย์อินเดียเศร้าโศรกและทุกข์ทรมานนานกว่าสองทศวรรษ หลังจากนั้นไม่นานพระองค์จึงได้ใช้ราชสมบัติทั้งหมดที่มีอยู่เพื่อสร้างอนุสรณ์สถานเพื่อรำลึกถึงคนรักขึ้นมา และได้กักขังตัวเองอยู่ในนั้นานกว่า 8 ปี ก่อนที่พระองค์จะสวรรคต

นี่จึงเป็นคำถามที่ว่าจริงๆแล้ว ทัชมาฮาล เป็นอนุสรณ์แห่งความรัก หรือ สุสานแห่งความตายกันแน่ เพราะหน้าฉากที่เคลือบไว้ด้วยความสวยงาม แต่เมื่อลองมองลึกลงไปเกี่ยวกับรูปแบบโครงสร้างและการเลือกใช้สี กลับสะท้อนถึงความเศร้าและเดียวดาย

สถาปัตยกรรมถูกออกแบบในรูปแบบอินเดียจักรวรรดิโมกุล ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมของฮินดู-มองโก โดยมีเอกลักษณ์เด่นชัดคือ ทรงโดม หลังคายอดกลมโป่งมีหอคอยปลายยอดแหลม, ซุ้มประตูโค้งสูง

โดยการออกแบบของทัชมาฮาลนั้นมีลักษณะของหลังคาแบบทรงดอกบัวตูม (Onion Dome) บนยอดขนาบด้วยหลังคาโค้งขนาดเล็กทั้งสองด้านสองชั้น บริเวณมุมระเบียงทั้งสองด้านเสริมด้วยโครงสร้างขนาดเล็กอีกเป็นสองชั้น ซึ่งทำให้เกิดความสมมาตรทั่วทุกด้านของอาคาร จนสถาปนิกทั่วโลกต่างยกให้เป็น The Most Symmetrical Architecture” หรือสถาปัตยกรรมที่มีความสมมตราที่สุดในโลก

ตัวอาคารเลือกใช้สีขาวทั้งหมดเนื่องจากวัสดุที่เป็นหินอ่อนบริสุทธิ์ อีกนัยยะหนึ่งเป็นการสื่อถึงความเป็นนิรันดร์เหนือกาลเวลา โดยหินอ่อนทุกตารางนิ้วภายนอกอาคารมีการแกะสลักด้วยเทคนิค PIETRA DURA หรือการแกะสลักบนหินอ่อนในลวดลายของธรรมชาติ


พื้นที่ภายใน…เต็มเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ


 

ภายในอาคารมีการออกแบบพื้นที่ให้สอดคล้องกับตัวสถาปัตยกรรมภายนอกอาคาร โดยออกแบบในลักษณะ Double Space มีความสูงมากกว่า 5 เมตร และลักษณะเด่นที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด คือ การสร้างประตูทรงโค้งที่เป็นเอกลักษณ์ในสไตล์โมกุล-มองโก ที่ได้ผสมผสานคติความเชื่อของสวรรค์ และการเคราพบูชาเทพเจ้า จนกลายมาเป็นรูปทรงโค้งและมี Pattern ที่คล้ายกับก้อนเมฆ

โดยภายในได้กรุหินอ่อนสีขาวทั้งหมด เพื่อเป็นการสื่อถึงความรักนิรันดร์และสดุดีต่อผู้หญิงผู้เป็นที่รัก เปรียบเสมือนกับความรักที่บริสุทธิ์ นอกจากนั้นยังแกะสลักลวดลายที่อ้างอิงถึงธรรมชาติ เช่น ดอกไม้ ต้นไม้ และรูปทรงต่างๆของเรขาคณิต เพื่อให้มีความทรอดคล้องกับ Form ของอาคาร

อีกหนั่งจุดสังเกตุสำหรับพื้นที่ภายในของทัชมาฮาล คือ การเลือกใช้ช่องแสงอย่างพอประมาณ เมื่อเทียบกับตัวอาคารที่มีเนื้อที่หลายพันตารางเมตร โดยมีการเปิดช่องแสงโดยใช้หน้าต่างสลับกับผนังทับ และเจาะรูบางส่วนเพื่อให้ Space มีความสว่างเล็กน้อยในช่วงกลางวัน

ส่วนของการปูพื้นเลือกใช้วัสดุหินออ่อนเช่นเดียวกับตัวอาคาร แต่มีการดีไซน์ลวดลายที่ต่างออกไปโดยใช้เลือก Shape & Form ของดอกไม้เพิ่มสีสันด้วยการไล่เฉดสีสลับไปมา เป็นการสร้าง Contrast ของสี เพื่อไม่ให้พื้นที่ภายในเรียบเป็นเนื้อเดียวกันทั้งหมด

นอกจากการออกแบบในการปิดทึบและการเลือก mood & Tone ของสีขาวเป็นหลัก เพื่อจุดประสงค์ของการใช้สถานที่แห่งนี้เป็นสุสาน หรือในทางอุดมคติของผู้สร้างเปรียบได้กับทรวงสวรรค์ที่จะทำให้กษัตริย์ชาห์ชะฮัน และ พระมเหสีของพระองค์ ได้อยู่ด้วยกันตลอดไป

*ปัจจุบันภายในมีหลุมศพของกษัตริย์ชาห์ชะฮัน และ พระมเหสี อรชุมันท์ พานุ เพคุม ถูกตั้งอยู่เคียงข้างกัน 


เชื่อมโลกแห่งความฝันและความจริง


 

ทัชมาฮาล ตั้งอยู่ในสวนริมฝั่งแม่น้ำยมุนา ในเมืองอาครา ประเทศอินเดีย มีเนื้อที่ประมาณ 42 เอเคอร์ เฉลี่ยความกว้างยาวด้านละ 100 เมตร สูง 60 เมตร มีผู้สร้างและออกแบบร่วม 20,000 คน การก่อสร้างกินเวลานานถึง 22 ปี ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของมัสยิด มีหออาซาน (หอสูงสำหรับร้องเเจ้งเวลาทำนมาซ) และมีสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ เช่น ตัวอาคารล้อมรอบด้วยหออะซานทั้ง 4 ด้าน แต่ละหอมีความสูง 162.5 ฟุต บริเวณทางเดินทอดยาวโดยมีลานน้ำผุกั้นกลาง ตามสองฝั่งทางเดินถูกประดับตกแต่งด้วยต้นไม้เพื่อสร้างระบบนิเวศที่ดี

นอกจากทั้งการออกแบบทางด้าน Landscape ยังโดดเด่นด้วยการออกแบบในลักษณะของจตุรทิศ หรือ การวางแผนผังตามหลักศาสนาพุทธผสมเข้ากับฮินดู ตามหลักความเชื่อมของทิศมงคลทั้งสี่ ซึ่งเราจะเห็นได้จากการวางแผนผังภายในวัดหรืออารามหลวงของประเทศไทย


การเลือกใช้วัสดุในการออกแบบ


 

ถ้าเรามองด้วยตาเปล่า หลายคนคงพอเดาได้ว่า “ทัชมาฮาล” ถูกสร้างขึ้นด้วยวัสดุหินอ่อนสีขาว แต่ขึ้นชื่อว่าหินอ่อนไม่ได้มีประเภทเดียวบนโลกใบนี้แน่นอน แล้วในสมัยนั้นหินอ่อนแบบไหนคือหินอ่อนที่ดีที่สุด และนอกจากนั้นวัสดุที่ใช้ก่อสร้างทั้งภายในและภายนอกของทัชมาฮาลมีอะไรบ้าง

เราได้แบ่งวัสดุที่ใช้ปิดผิวได้ทั้งหมด 9 ประเภท (ซึ่งไม่เกี่ยวกับวัสดุเชิงโครงสร้าง )

  • หินอ่อน
  • ศิลาแลง
  • พลอยสีฟ้า
  • พลอยสีเขียว
  • หินสีฟ้า
  • โมรา
  • เพชร
  • หินทองแดง
  • หินทราย

  • ผนัง

แน่นนอนว่าหลักๆ วัสดุที่ใช้กรุปิดผิวทั้งภายนอกและภายในอาคารเลือกใช้หินอ่อนบริสุทธิ์ ซึ่งจะมีความหนาแน่นสูง บวกกับมีผิวสัมผัสละเอียด-เรียบเนียน นอกจากนั้นยังมีการแกะสลักด้วยเทคนิค PIETRA DURA และกรุด้วยวัสดุอย่าง ศิลาแลง หินและพลอยสีฟ้า, เขียว นอกจากนั้นยังใช้เพชรปิดผิวบางส่วนที่หลุมฝังศพของกษัตริย์ชาห์ชะฮัน และ พระมเหสี อรชุมันท์ พานุ เพคุม

  • พื้น

เลือกใช้หินอ่อนเช่นเดียวกัน แต่จะมีการกรุวัสดุอื่นๆลงไปด้วย โดยการเล่นลวดลายต่างๆ เช่น ลายดอกไม้หรือรูปทรงเลขคณิตที่มีลักษณะเป็นเส้นโค้ง จะเลือกใช้ พลอยสีเขียว-สีฟ้า แล้วเคลือบด้วยเรซิน เพื่อให้เกิดความเรียบเนียนไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน

  • วัสดุตกแต่ง

มีหลายชนิดซึ่งแต่ละชนิดเป็นวัสดุที่มีราคาแพง เช่น เพชร, หินศิลา, พลอย และโมรา ซึ่งวัสดุอย่างหลังหลายคนคงไม่คุ้นหูเท่าไหร่นัก โมราคือหินตามธรรมชาติรูปแบบหนึ่งจะมีหลากหลายสีสันที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ โดยที่เราเห็นได้ทั่วไปคือการนำมาทำเป็นกำไรข้อมือ หรือเครื่องรางของคลัง โดยวัสดุสำหรับตกแต่งทั้งหมดจะถูกใช้อยู่ทุกส่วนของผนังและพื้น

[เกร็ดน่ารู้ : เกี่ยวกับทัชมาฮาล]

  • ทัชมาฮาล ใช้เงินก่อสร้างรวมแล้ว 5 แสนเหรียญสหรัฐฯ
  • ทัชมาฮาล ใช้หินอ่อนบริสุทธิ์ในการสร้างอาคารทั้งหมด
  • มีแนวคิดที่จะสร้าง ทัชมาฮาลสีดำ ขึ้นเพื่อให้เป็นหลุมฝังศพของกษัตริย์ชาห์ชะฮัน
  • อุสตาด ไอซา คือสถาปนิกผู้สร้างทัชมาฮาล และถูกประหารชีวิตในเวลาต่อมา เพื่อไม่ให้ไปสร้างสถาปัตยกรรมที่สวยกว่าทัชมาฮาล

 

ปัจจุบัน “ทัชมาฮาล” กลายเป็นสถาที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดในประเทศอินเดีย ซึ่งในแต่ละปีมีรายได้จากการท่องเที่ยวมากถึง 100 ล้านบาท และยังเป็น 1 ใน 7 สิงมหัศจรรย์ของโลกที่ได้รับการขึ้นเป็นมรดกโลกในปี 2548 อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของมนุษย์ในอดีต มีอัตลักษณ์ความเป็นปัจเจกทางวัฒนธรรม และรูปแบบทางสถาปัตยกรรม รวมถึงเป็นสัญลักษณ์ของความรักที่อยู่เหนือกาลเวลา…

(Cr.Data&Photo : Ohfact, Furnituredekho, Flickr, Indiatoday, Hugh Sitton)