ต่อเติม เพื่อ เติมเต็ม…ในบ้านโครงเหล็กสไตล์อินดัสเทรียลลอฟท์บนที่ดินเดียวกัน

0

กว่าจะพบกับธรรมชาติที่รอคอย… บางครั้งอาจต้องรอจังหวะ

ฤกษ์งามยามดี เป็นอีกหนึ่งคำที่เรามักจะได้ยินบ่อยครั้งที่กำลังจะเริ่มต้นทำสิ่งสำคัญในชีวิต ไม่ต่างกับการออกแบบบ้านสักหลังหนึ่งที่นอกเหนือจากการออกแบบให้ตรงกับที่เจ้าของบ้านต้องการแล้ว  การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสถาปัตยกรรมกับธรรมชาติของทิศทางลม และแสง ต่างมีส่วนเติมเต็มการใช้ชีวิตในบ้านให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น


The Beginning


 

จบแบบไม่บริบูรณ์กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการรีโนเวตพื้นที่ส่วนตัวแห่งนี้ เจ้าของคือคุณรุจิรา บุ่งศรี และคุณกัมพล บุ่งศรี คู่รักเจ้าของบ้านที่ต้องการปรับเปลี่ยนห้องอเนกประสงค์เป็นห้องนั่งเล่นส่วนตัวสไตล์ลอฟต์ในแบบที่ต้องการ โดยได้รับการออกแบบ และตกแต่งภายในจากคุณกิตติชนม์ ภูเกียรติก้อง และคุณธาวิน หากบุญเศรษฐ  สถาปนิก แห่ง Octane Architect & Design

คุณกัมพล เล่าว่า “ห้องนี้เคยต่อเติมทำเป็นห้องทำงาน หรือห้องอเนกประสงค์มานานแล้ว แต่เกิดปัญหาเรื่องผนังแคร็ก ปูนร้าว และพื้นทรุดเนื่องจากมีการลงเสาเข็มที่ไม่ลึกพอ รวมถึงโครงสร้างเหล็กที่ฝังอยู่ใต้ดินเกิดสนิม ทำโครงสร้างไม่แข็งแรง จึงตัดสินใจที่จะทุบทิ้ง เพื่อรื้อทำใหม่ โดยลงเสาเข็มลึกขึ้นประมาณ 17 เมตร ซึ่งจากเดิมประมาณ 10 เมตร และให้ทีมงานของ Octane Architect & Design มาออกแบบ และรีโนเวตทั้งหมด”


Inspiration


 

เสน่ห์ของมุมนี้เกิดขึ้นจากการหลอมรวมวัสดุที่หาได้ง่าย อย่างอิฐ เหล็ก และไม้เทียม มาสร้างองค์ประกอบให้ลงตัว เปลี่ยนมุมมองใหม่ให้กับพื้นที่ใช้สอยที่ค่อนข้างจำกัดเป็นมุมที่ใช้ประโยชน์ได้ครบครัน และยังได้สไตล์ที่ตรงกับความต้องการของเจ้าของบ้าน ซึ่งคุณธาวิน หากบุญเศรษฐ  หนึ่งในสถาปนิกผู้ออกแบบเล่าว่า “คุณกัมพลเจ้าของบ้านได้ให้โจทย์การตกแต่งมุมนี้ให้ออกมาพื้นที่ออกกำลังกาย รวมถึงอยากใช้พักผ่อนส่วนตัว นั่งเล่นดูฟุตบอล โดยไม่ไปรบกวนสมาชิกในบ้าน รวมถึงต้องการให้พื้นที่นี้เป็นที่เก็บของตกแต่ง และข้าวของใช้ต่างๆ เพื่อใช้งานได้สะดวกขึ้น จึงต้องการรีโนเวตให้ที่นี่ใช้งานได้จริง มีโครงสร้างแข็งแรง ทนทาน โดยเน้นตกแต่งสไตล์ลอฟต์ ที่เรียบๆ ไม่ซับซ้อน โทนสีสบายตา อีกทั้งเป็นสไตล์ที่เจ้าบ้านชื่นชอบอีกด้วย”


New look


 

ภายใต้แสงไฟวอร์มไวท์ที่สาดส่องเข้ากับผนังอิฐ สร้างบรรยากาศภายในรู้สึกผ่อนคลาย เปลี่ยนภาพจำของห้องสี่เหลี่ยมพื้นที่น้อยในทันที พร้อมดีไซน์ใหม่แบบยกเครื่องตั้งแต่โครงสร้าง ทำฝ้าเพดาน ลงเสาเข็ม ปูพื้น เปลี่ยนงานระบบ และก่อผนังอิฐในสไตล์ลอฟต์ อาศัยสีเอิร์ธโทน อย่างสีน้ำตาลคุมโทนการตกแต่งห้องให้ดูเรียบง่าย และเป็นธรรมชาติ แต่ยังแฝงความเรียบเท่ และมีเสน่ห์ตามแบบที่เจ้าของบ้านต้องการ อีกทั้งได้เลือกจัดวางเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัวที่เป็นวัสดุจาก หนัง ไม้เทียม และเหล็ก อาทิ อาร์มแชร์ ตู้โชว์ ชั้นวางทีวี โต๊ะกลาง และโซฟา มาตกแต่งแทนการใช้เฟอร์นิเจอร์บิลต์ เพื่อความสะดวกสบายในการเคลื่อนย้าย และตกแต่งเพิ่มเติมในอนาคต

คุณธาวิน สถาปนิกเล่าว่า “ผนังอิฐสร้างเซอร์ไพร์สตลอดเวลา เพราะแดดจะส่องผ่านทางทิศตะวันออก ในยามเช้าจะมีแสงสาดอ่อนๆ ไล่เฉดความเข้มข้นแสงไปแต่ละช่วงวัน เมื่อเข้าสู่ภายในบ้านช่องว่างระหว่างอิฐที่ก่อขึ้น ทำให้ได้มุมมองของแสง และเงาที่ตกกระทบของแต่ละวัน แต่ละนาทีแตกต่างกัน ทั้งยังมีเงาต้นไม้ใหญ่ทอดลงมาบังแสง จึงยิ่งเน้นแท็กเจอร์ของอิฐให้เด่น ทำให้อิฐที่ก้อนเล็กกว่าถูกเงาของอิฐก้อนใหญ่ทับอยู่ ก่อเกิดช่วงแสงที่มีสว่าง และทึบ ปรากฏบนผนังสลับกัน กลายเป็นลูกเล่นที่ทำให้มุมนี้ดูน่าสนใจ”


Interior


อิฐลำปางถูกเลือกใช้ในการสร้างผนัง มีลักษณะที่แตกต่างจากอิฐมอญทั่วไป เนื่องจากตัวอิฐมีขีดเป็นแนวเส้นตรงที่โดดเด่น จึงได้แท็กเจอร์ที่แตกต่าง โดยนักออกแบบเลือกอิฐลำปางมาตกแต่ง 2 ไซส์ สำหรับทำก่อเรียงผนังให้สูงจรดชั้นสอง และจัดวางแบบคละไซส์ เว้นช่องว่างของอิฐไว้ เพื่อให้แสงลอดผ่าน และระบายอากาศ อีกทั้งสร้างความต่อเนื่องของพื้นที่ภายในกับภายนอกให้กลมกลืน และไม่ลืมที่จะทำให้พื้นที่ใช้สอยจำกัดดูโปร่งโล่ง ด้วยการเปิดฝ้าเพดานสูงถึง 2.80 เมตร เผยโครงสร้างของคานเหล็กให้ดูกว้าง สอดรับกับการปูพื้นบนคอนกรีตทาสีเทาซีดๆ เพื่อชูจุดเด่นให้กับผนังอิฐสีน้ำตาลอมส้มเด่นขึ้นอีกระดับ


Function


 

เริ่มตั้งแต่ทางเข้าแบบยกระดับพื้นทำเป็นเทอเรซจากไม้เทียม จับคู่กับบ่อปูนที่ประดับประดาด้วยต้นไม้เล็กๆ ให้ความรู้สึกเหมือนมีสวนอยู่หน้าบ้าน สามารถจัดเป็นพื้นที่นั่งเล่นเอาต์ดอร์ หรือมุมอ่านหนังสือได้ทันที ส่วนชั้นสองถูกสร้างขึ้นใหม่ใช้เป็นห้องทำงาน และห้องอเนกประสงค์ เสริมระเบียงเหล็กสีดำปูพื้นไม้เทียมสำหรับชมวิวจากมุมสูง และสร้างเส้นนำสายตาให้ห้องดูกว้าง จากโคมไฟแขวนเพดานทำจากโลหะขัดถลอกเป็นสีสนิม เพื่อให้ดูดิบ เข้ม และสะท้อนไลฟ์สไตล์ของเจ้าของบ้าน เฉกเช่นประโยคหนึ่งที่เจ้าของบ้านได้กล่าวไว้ว่า “สุดท้ายแล้วพื้นที่ที่ทำให้เราเป็นตัวเองได้มากที่สุดนั่นคือ “บ้าน”


Decorate


 

บริเวณชั้นสองออกแบบระเบียงโครงเหล็กสำดำ เพื่อให้เกิดเส้นสายที่ต่อเนื่องกับทุกฟังก์ชั่น และช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุด