กว่าจะเป็น… “หมอสอง” นายแพทย์นพรัตน์ รัตนวราห เจ้าของบ้านหรู 100 ล้าน และคลินิกศัลยกรรมตกแต่งชั้นนำระดับประเทศ

0
1960

กว่าจะเป็น“หมอสอง” นายแพทย์นพรัตน์ รัตนวราห เจ้าของบ้านหรู 100 ล้าน และคลินิกศัลยกรรมตกแต่งชั้นนำระดับประเทศ

ชมบ้านหรู 5 ชั้น สไตล์ MODERN CONTEMPORARY ของ “หมอสอง” เจ้าของบ้าน 100 ล้าน และคลินิกเสริมความ งามในฝัน


 

“บ้าน คือสถานที่ที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็ทำให้อยากกลับมาอยู่บ้านมากที่สุด ” คำกล่าวหนึ่งของ นายแพทย์นพรัตน์  รัตนวราห หรือ “หมอสอง” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านคลินิกศัลยกรรมตกแต่งชื่อดังของเมืองไทย ทำให้ผู้เขียนสัมผัสถึงความอบอุ่นและ ความมุ่งมั่นทุ่มเทของหมอสอง เมื่อได้มายืนอยู่ภายในบ้านอันโอ่อ่า หรูหราแห่งนี้

 

 

บ้านสไตล์โมเดิร์น ทรงเลขาคณิต สูง 5 ชั้น โทนสีขาวเทา ได้สร้างความเซอร์ไพรส์ให้แก่ผู้มาเยือนตั้งแต่แรกเห็น กับตัวบ้านหลังใหญ่สุดอลังการ บ้านหลังนี้คุณหมอสองได้ใช้เป็นที่ทำงานและพักอาศัย โดยสร้างเป็นบ้าน คลินิก โฮมเธียเตอร์ คอร์ทแบดมินตัน และฟิตเนส ไว้ด้วยกัน เพื่อรองรับการใช้งานได้อย่างครบครันและสะดวกสบาย

 

 

ย่านถนนพระรามเก้า ซอย 57 บนที่ดินกว่า 370 ตร.ว. หรือพื้นที่ใช้สอยขนาด 2,800 ตร.ม. ของบ้าน 5 ชั้น โดยแบ่งชั้น 1, 2 และ 3 เป็น Nopparat Cosmetic Clinic ส่วน ชั้น 4 และ 5 ดีไซน์เป็นบ้านพักอาศัยส่วนตัว ซึ่งตัวอาคารถูกสร้างโดยบริษัทรับสร้างบ้านชั้นนำของเมืองไทย อย่าง Royal House ที่มีประสบการณ์ในการสร้างบ้านมาไม่ต่ำกว่า 30 ปี และได้ Interior Designer มืออาชีพ Kran Design and Consultant Co.,Ltd.  มาสร้างสรรค์บ้านหลังนี้ให้กลายเป็นคฤหาสน์ในฝันได้ดั่งใจ ด้วยงบประมาณทั้งสิ้นกว่า 120 ล้านบาท รวมระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 2 ปี

 

 

คุณหมอสองชายหนุ่มมาดอบอุ่นเล่าว่า “ก่อนที่จะเลือกบริษัทสร้างบ้านผม ได้เลือกไว้ 2-3 เจ้า เพื่อเปรียบเทียบราคา ความคุ้มค่า และบริการที่ตอบโจทย์ผม ให้ได้มากที่สุด จนสุดท้ายได้ตัดสินใจเลือก Royal House สาขาศรีนครินทร์ เพราะไม่เคยเจอเรื่องเสียหาย  หรือฟีดแบคในด้านลบจากลูกค้ารายอื่นๆ รวมถึงเมื่อผมได้พูดคุยเกี่ยวกับการสร้างบ้านกับทีมงาน Royal House รู้สึกถึงความเอาใจใส่ และทีมก่อสร้างมีความเป็น Professional ในการทำงาน คือทำได้ตรงสเป็ค และตอบโจทย์ที่ผมต้องการ อีกสิ่งที่ทำให้ผมมั่นใจคือในระหว่างที่สร้างบ้าน ทางทีมงานคอยสอบถามและเข้ามาดูงานอยู่เสมอ จึงทำให้ผมยิ่งรู้สึกตัดสินใจถูกที่เลือกที่นี่ครับ”

 

 

จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตที่กว่าจะมาเป็นนายแพทย์นพรัตน์  รัตนวราห  หรือหมอสองที่ใครๆ ต่างรู้จัก ไม่ใช่เรื่องง่าย คุณหมอสองเล่าถึงเส้นทางสู่การเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งชื่อดังว่า “ผมมีความใฝ่ฝันและมุ่งมั่นมาตั้งแต่เด็กที่อยากจะเป็นหมอ เพราะอยากช่วยเหลือคนที่เจ็บป่วยให้หาย ซึ่งเป็นความคิดแบบเด็กๆ ที่ยังไม่รู้รายละเอียดมากนัก แล้วความฝันนี้ยังคงเป็นสิ่งที่ผมต้องการมาตลอด ผมรู้ว่าเส้นทางนี้ยากมาก และต้องเรียนอย่างหนัก เลยต้องขยันเรียนตั้งแต่เด็ก จนผ่านติดหมอได้อย่างที่ผมตั้งใจไว้”

 

คุณหมอสองเล่าต่อว่า “แต่ไม่ใช่ความใฝ่ฝันของผมจะอยากเป็นหมออย่างเดียวนะครับ อีกด้านหนึ่งของผม ผมอยากเป็นนักว่ายน้ำ ผมชอบว่ายน้ำมาตั้งแต่เด็กควบคู่กับตั้งใจเรียน เพราะได้เป็นตัวแทนเขตไปแข่งต่อในระดับกีฬาแห่งชาติหลายครั้ง แต่นั่นก็ไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดในชีวิตจริง ผมมองว่าการว่ายน้ำเหมือนเป็นอีกความสามารถที่ผมทำมันได้ดียังได้สุขภาพ อีกทั้งได้ความอดทนจากการฝึกซ้อม สิ่งเหล่านี้ผมได้นำมาใช้ในการเรียนหนังสือ  เมื่อสอบติดคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัย จึงโฟกัสกับการเรียนอยากหนักจนจบการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้ไปศึกษาต่อในประเทศออสเตรเลีย ในขณะเดียวกันก็ได้ศึกษาวิชาการทางด้านศัลยกรรมอย่างต่อเนื่อง กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ต้องใช้ความพยายาม ทุ่มเทในการทำทุกอย่างมากๆ ครับ”

 

 

ความมานะ อดทน และตั้งใจ ทำให้ชายหนุ่มคนนี้ทำตามฝันของตัวเองได้สำเร็จ แต่ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น อีกความฝันที่คุณหมอทำได้และทำได้ดี คือการสร้างบ้านและคลินิกในฝันให้กลายเป็นจริงได้  ด้วยน้ำพักน้ำแรง ความขยันทำงานจนประสบความสำเร็จได้ในทุกวันนี้  คุณหมอสองได้ใช้ความรัก ความทุ่มเท สร้างบ้านได้ในแบบที่ต้องการ โดยออกแบบบ้านในสไตล์ Modern Contemporary ที่ตกแต่งให้ทุกมุมสะท้อนความเรียบหรู มีรสนิยม และเรียบโก้ ในแบบที่เป็น ตัวเองที่สุด

 

 

บรรยากาศอบอุ่น ดูโปร่งโล่ง และทำให้พื้นบ้านดูกว้างขวางยิ่งขึ้น เป็นโจทย์ที่คุณหมอสองมอบให้กับดีไซเนอร์ออกแบบ สังเกตได้จากแชนเดอเลียร์นำเข้าจากต่างประเทศดีไซน์เป็นคริสตัสกว่า 10 ชิ้น ส่องระยิบระยับแพรวพราวอยู่เกือบทุกมุมบ้าน เข้ากันดีกับวัสดุสะท้อนแสง อย่างกระจกเงา พื้นหินอ่อน และเฟอร์นิเจอร์ทำจากเหล็กอะลูมิเนียมผิวมันวาว ทำหน้าที่ยกระดับการตกแต่งของภายในบ้านหลังนี้ให้ดูหรูหราและน่าสัมผัสยิ่งขึ้น

 

 

บริเวณชั้น 4 และ 5 ของตัวอาคารทรงโมเดิร์นถูกสร้างเป็นบ้านพักอาศัยของคุณหมอสองและคุณแม่ ซึ่งในอนาคตคุณหมอสองได้เตรียมพื้นที่สำหรับปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นให้กับสมาชิกใหม่เมื่อมีครอบครัวด้วยเช่นกัน  โดยเฉพาะชั้น 4 จัดเป็นมุมรับแขก ที่เชื่อมโยงไปยังมุมครัว และมุมรับประทานอาหาร ซึ่งชั้นนี้เน้น Mood and Tone ให้ได้บรรยากาศเรียบ โก้ แต่ยังคงความอบอุ่นได้เป็นอย่างดี ผสานการวางฟังก์ชั่นให้ทุกพื้นที่ต่อเนื่อง เมื่อเข้ามาสัมผัสจะเสมือนเข้ามาในเพนท์เฮ้าส์หรูส่วนตัวเลยทีเดียว

“ผมอยากให้ได้กลิ่นอายของความร่วมสมัย เพราะชอบ และรู้สึกถึงความคลาสสิก จึงได้นำไม้สักมาตกแต่งเพื่อให้รู้สึกเสมือนได้ใกล้ชิดธรรมชาติ  อย่างมุมบันไดใช้วัสดุ Engineering Wood ปิดผิวด้วยไม้สัก รวมถึงราวบันได ส่วนต่างๆ ในบ้านที่มีไม้เป็นส่วนประกอบจะปิดผิวไม้สักทั้งหมด เนื่องจากผมเป็นคนจังหวัดแพร่ อยู่ในพื้นที่ที่ห้อมล้อมด้วยธรรมชาติ และเมื่อได้ศึกษาแพทย์ จนจบทำงานเป็นศัลยแพทย์ และได้ออกแบบบ้านในแบบที่เป็นตัวเองจึงอยากนำสิ่งที่ชอบมาผสมผสานไว้ด้วยกัน”  คุณหมอสองเล่าพลางยิ้มแย้มอย่างเป็นกันเอง

 

 

ตื่นตาตื่นใจกับห้องโฮมเธียเตอร์ขนาดใหญ่ เสมือนเข้ามาอยู่ในโรงภาพยนตร์เลยทีเดียว อลังการด้วยแสงไฟ LED เปลี่ยนสีแสง พร้อมเพิ่มลูกเล่นบนเพดานเป็นไฟระยิบระยับคล้ายหมู่ดาว ฟูลออฟชั่นด้วยระบบเสียงอันครบครัน อีกทั้งยังใช้ผนังห้องที่เก็บเสียงได้เป็นอย่างดี เพื่อดีไซน์ห้องนี้ให้กลายเป็น Entertainment Room อย่างแท้จริง

 

“ก่อนสร้างบ้านก็เกิดคำถามกับตัวเองว่า การสร้างที่ทำงานกับที่พักอาศัยในที่เดียวกันจะเกิดปัญหาหรือไม่ และผมก็ได้พบคำตอบแล้วว่า สำหรับการทำงานในหน้าที่และการเปิดคลินิกของผม ค่อนข้างจะเปิดและปิดเป็นเวลา จึงสามารถแบ่งแยกเวลาพักผ่อนได้ทันที ผมอยู่กับแม่ การมีที่ทำงานอยู่ที่เดียวกับบ้าน ทำให้ผมมีเวลาพักผ่อนเพิ่มมากขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางรถติดอยู่บนถนนหลายชั่วโมง ก่อนหน้านี้ผมทำงานหนักมาก ตลอดเวลาที่เริ่มสร้างบ้านผมต้องประชุมกับทีมงานสร้างบ้านและอินทีเรียทุกอาทิตย์ และทำงานมีเคสที่ต้องผ่าตัดด้วย เมื่อบ้านสร้างเสร็จเวลาทุกอย่างเริ่มลงตัว ผมจึงคิดว่าตอนนี้ผมอยาก Balance ชีวิต และทำในสิ่งที่ผมชอบ อย่างการไปเที่ยวรอบโลก เล่นกีฬา และให้เวลาส่วนตัวกับตัวเองเพิ่มขึ้นครับ” เจ้าของบ้านมาดเนี้ยบเล่าเพิ่มเติม

นอกจากความสวยความงาม ความหรูหราเผยให้เห็นจากงานตกแต่งบ้านแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนไม่เคยรู้จักในตัวคุณหมอสอง นั่นคือการเป็นนักสะสมของตัวยง ซึ่งปรากฏขึ้นมาเมื่อได้ขึ้นมาสู่ชั้น 5 จะพบกับห้อง Superior  เป็นห้องที่เต็มไปด้วยของที่ระลึกกว่า 130 ประเทศที่คุณหมอสองได้ไปท่องเที่ยวมา นับเป็นอีกห้องหนึ่งที่ทำให้ผู้เขียนได้เห็นไลฟ์สไตล์ความเป็นนักท่องเที่ยว และยังสะท้อนว่านอกจากคุณหมอสองจะให้ความสำคัญกับงานและครอบครัวแล้ว คุณหมอสองยังให้ความสำคัญกับเวลาพักผ่อนของตัวเองอีกด้วย

 

 

ห้องนอนโทนสีขาวดำ ที่เลือกใช้กระจกเงาตกแต่งห้องให้ดูกว้าง พร้อมเพิ่มลูกเล่นด้วยการแต่งลวดลายกราฟฟิกเพื่อเพิ่มสีสัน และดูทันสมัย

 

 

 

advertisement image

 

 

 

 

และต่อเนื่องไปยังมุมนั่งเล่นที่สะท้อนความเป็นเอ็นเตอร์เทนเนอร์ในตัวคุณหมอสองอย่างเห็นได้ชัด จากเครื่องเล่นดีเจแบบ All-in-one สุดเอ็กซ์คลูซีฟ และ Walk-in Closet เชื่อมต่อไปยังห้องน้ำพร้อมอ่างอาบซ่อนไฟ LED ให้ดูเรียบเท่  ได้บรรยากาศเหมือนอยู่ในโรงแรมหรูส่วนตัว โดยห้องนอนนี้เน้นการเลือกใช้โทนสีเอิร์ธโทนมาตกแต่งเพื่อให้รู้สึกผ่อนคลาย และดูไม่เบื่อ

 

 

นอกจากความสวยงามของบ้านหลังนี้จะสร้างความประทับใจให้กับคุณหมอศัลยกรรมชื่อดังของเมืองไทยแล้ว ความพิถีพิถันในการตกแต่งทุกองค์ประกอบยังเผยรสนิยม และความละเอียดอ่อนของคุณหมอสองได้อย่างชัดเจน

 

 

สีขาว ละมุนสะอาดตา ของ Nopparat Cosmetic Clinic ที่คุณหมอสองตั้งใจสร้างเป็นโรงพยาบาลด้านศัลยกรรมตกแต่งที่มีมาตรฐาน ความปลอดภัยสูง โดยทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อให้ได้ผลงานที่ดีที่สุดแก่คนไข้ทุกคน

 

 

โดยชั้น 1-3 ของตัวอาคาร แบ่งเป็นพื้นที่รับคนไข้ ที่พักฟื้น และห้องผ่าตัด โดยตกแต่งในโทนสีสว่าง เรียบหรู จากการใช้คริสตัล และหินอ่อนมาประดับประดามุมต่างๆอย่างลงตัวในแบบที่คุณหมอมาดเนี้ยบตั้งใจไว้ เพื่อสร้างความประทับใจแก่ผู้มาใช้บริการตั้งแต่ก้าวแรก

 

 

ความรักสุขภาพของคุณหมอสองสะท้อนออกมาสู่การออกแบบห้องฟิตเนส ที่สร้างให้แยกออกจากตัวบ้าน เพื่อให้กลายเป็นออกกำลังกายอย่างแท้จริง

 

 

ซึ่งคุณหมอสองไม่ลืมที่จะนำความชอบในการว่ายน้ำและกีฬาแบดมินตันเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ ‘บ้าน’ ตกแต่งบ้านโดยการดีไซน์สระว่ายน้ำยาว 18 เมตร และคอร์ทแบดมินตันขนาดใหญ่ 2 คอร์ท ที่คุณหมอสองดีไซน์ให้แยกออกจากตัวบ้านและคลินิก เพื่อจัดไว้สำหรับเป็นมุมปาร์ตี้และรองรับเพื่อนๆ มาทำกิจกรรมที่บ้านอย่างสะดวกสบาย

 

 

“บ้านหลังนี้ไม่ใช่เพียงสถานที่ที่ทำงานหรือสำหรับพักผ่อนนอนหลับเท่านั้น ที่นี่คือบ้านที่มีชีวิต บ้านที่ทำให้ผมอยากกลับมาทุกวัน เป็นบ้านที่มีคนที่ผมรักอยู่ และบ้านก็เป็นพลังสำหรับผมให้ผมมีกำลังใจ ให้สติ ในการก้าวเดินออกไปทำตามเป้าหมายในชีวิตให้สำเร็จ” คุณหมอสองกล่าวทิ้งท้ายก่อนจบบทสนทนาครั้งนี้ได้อย่างประทับใจ ผู้เขียนเชื่อว่าหากทุกคนมีฝันและตั้งใจทำสิ่งที่มุ่งหวังอย่างเต็มที่ แน่นอนว่าความฝันจะไปถึงความสำเร็จ เฉกเช่น หมอสอง นายแพทย์นพรัตน์  รัตนวราห

 

 

เครดิตผลงาน : บริษัท รอแยลเฮ้าส์ จำกัด

เว็บไซต์ : http://www.royalhouse.co.th

เบอร์โทรศัพท์ : 02-459-4646

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here