advertisement image

เก็บวิวหลักล้าน ณ Castello เขาใหญ่ ปราสาทหลังเล็กที่เป็นรักแรกพบ

Love at First sight ณ บ้านพักตากอากาศชวนฝันสไตล์ทัสคานี ที่เต็มไปด้วยจินตนาการ

เรื่อง ธรรมสุดา สื่อธรรม ภาพ กานติพัทธ์ ช่างเรือ

 


 

คุณเคยมีรักแรกพบไหมคะ? ที่เป็นความประทับตราตรึงใจเมื่อได้พบหรือสัมผัสกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งตั้งแต่แรกเห็น จนเกิดเป็นแรงจูงใจที่ทำให้อยากเป็นเจ้าของ ความรู้สึกที่กำลังกล่าวถึงอยู่นี้ เป็นเรื่องราวของบ้านหลังสวย หนึ่งในโครงการดิไอรี่ เขาใหญ่ ในนาม ‘Castello’ ที่ทำให้สองสามีภรรยาตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบ

 

castello

 

Cestello เขาใหญ่ เป็นบ้านพักตากอากาศของ คุณกอล์ฟ กฤชบดี เรืองรุจิระ และ คุณเอ๊ะ ปิยะธิดา รักพลเมือง ทั้งคู่ได้เล่า story สุดน่ารักของการจับจองบ้านสวยชวนฝันหลังนี้ให้ทีมงานได้ฟังว่า หลังจากบังเอิญได้เจอหมู่บ้านสไตล์อิตาลีนี้ก็ตกหลุมรักบ้านทรงปราสาทสีขาวที่ตั้งโดดเด่นท่ามกลางกลุ่มบ้านหลากหลายสีสันซึ่งเรียงรายอยู่บนเนินเขาทันที หลังจากได้ติดต่อขอเข้าชมตัวบ้านก็ตัดสินใจซื้ออย่างไม่ลังเลในเวลาต่อมา คุณกอล์ฟแอบกระซิบว่าเป็นความรู้สึกเดียวกับครั้งตอนได้รู้จักกับคุณเอ๊ะครั้งแรกอย่างไรอย่างนั้น

 

 

การตกแต่งบ้าน 4 ชั้น หลังนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากปราสาทหลังเล็กๆ ในอิตาลี “เราได้แรงบันดาลใจมาจากคำว่า คาสเซิล เลยทำให้เป็นเหมือนกับปราสาทหลังเล็กๆ ที่พอมีเวลาก็มาพักผ่อน เรามีญาติพี่น้องหลายคน ซึ่งต่างสไตล์ ทั้งกลุ่มเพื่อนผู้ชาย คุณแม่ เพื่อนนักธุรกิจที่ต้องการความเรียบหรู มีน้องสาวที่สไตล์เป็นปริ้นเซส เราก็เลยดีไซน์ห้องออกมาเป็นทั้งหมด 5 สไตล์” คุณกอล์ฟเล่าให้เราฟังพร้อมรอยยิ้ม ก่อนที่คุณเอ๊ะจะเสริมต่อว่า “การตกแต่งไม่ได้ตั้งใจว่าจะแต่งเป็นแบบไหน แต่ตั้งใจว่าทุกห้องที่มีจะไม่เหมือนกัน เปิดปุบจะต้องว้าว”

 

 

เริ่มเข้าสู่อาณาจักรของปราสาทหลังน้อยนี้กันที่ชั้น 1 มีสวนสวยสไตล์อังกฤษรอต้อนรับเราอย่างสดชื่น พร้อมด้วยโต๊ะทานอาหาร ซึ่งจัดไว้เป็นโซนเอ้าดอร์ไดนิ่ง สำหรับทำบาบีคิวปาร์ตี้ของครอบครัว ในวันพักผ่อนจะประดับประดาด้วยหลอดไฟ พร้อมกับโคมไฟอังกฤษตั้งพื้นที่คอยสร้างบรรยากาศให้อบอวลมากยิ่งขึ้น

 

 

เชื่อมต่อจากส่วนสวนเข้ามายังห้องนั่งเล่น ที่ทั้งคู่ตั้งใจให้เป็นพื้นที่สำหรับนั่งพูดคุยสบายๆ ในวันชิลล์ๆ  การตกแต่งเน้นความรัสติกด้วยวัสดุโชว์พื้นผิวของผนังหินจริง จัดวางแบบไม่เน้นความสมบูรณ์แบบแต่รู้สึกถึงความมีชีวิตได้เป็นอย่างดี ใช้สีเอิร์ธโทน สอดรับตั้งแต่กระเบื้อง เฟอร์นิเจอร์จากอิตาลี ไปจนสีของผ้าม่าน ประดับโคมไฟแขวนทำจากไม้ดีไซน์ให้เป็นเสมือนเขากวาง เพื่อต้องการให้รู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติมากที่สุด ออกแบบประตูไม้โอ้คบานใหญ่ไว้ปกปิดส่วนห้องเก็บของใต้บันไดให้พ้นสายตา พร้อมทั้งเป็นเสมือนประตูเชื่อมต่อระหว่างโลกจริงและโลกแห่งจินตนาการ อีกมุมตั้งวางรถทรัค ซึ่งเป็นหัวรถไถสมัยโบราณ เพิ่มความรู้สึกถึงกลิ่นอายฟาร์มเฮ้าส์ แต่ก็ยังให้ความรู้สึกหรูหราจากงานไลท์ติ้ง

 

 

ขึ้นบันไดต่อมาที่ชั้น 2 ของตัวบ้านมาที่ห้องแรกกับห้องนอนใหญ่ Master Bedroom ซึ่งเป็นห้องที่คุณเอ๊ะและคุณกอล์ฟโปรดปรานมากที่สุด ตกแต่งแบบเรียบง่ายในโทนสีเอิร์ธโทนเช่นเดียวกัน โดยโจทย์ในการตกแต่งห้องนี้คืออาชีพนักธุรกิจของคุณกอล์ฟ จึงต้องการพื้นที่ที่ลดทอนทุกอย่างแบบมินิมอลลิทึ่ม เน้นสิ่งของน้อยชิ้นแต่ครอบคลุมเรื่องการใช้งาน

“เราทำงานใช้ความคิดเยอะมาก อยากมาอยู่ในที่ที่ลดทอนรายละเอียดออกไป ให้อยู่แบบง่ายๆ สบายๆ ที่สุด” คุณกอล์ฟเล่าถึงแรงบันดาลในในการตกแต่งห้องนอนใหญ่ที่ใช้บ่อยครั้งยามมาพักผ่อนที่นี่

 

 

 

advertisement image

 

 

 

 

ถัดมาเป็นห้องนอนเล็ก ที่มีชื่อว่า traveller ออกแบบให้ดิบ เข้ม แบบผู้ชายนักเดินทาง ผนังอิฐประดับด้วยนาฬิกาหลายรูปทรง ให้ความรู้สึกเสมือนไปพักบ้านในต่างประเทศ เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้เป็นสไตล์ลอฟ์ท เน้นงานเหล็ก และไม้ เพิ่มเสน่ห์ในบรรยากาศด้วยไฟตะเกียงแบบที่ช่างซ่อมรถใช้กันติดเข้าไประหว่างหัวเตียงทั้งสอง

 

 

ตรงข้ามกันเป็น ห้อง Lady Room ตกแต่งสไตล์หญิงสาว เน้นโทนสีขาวด้วยเฟอร์นิเจอร์แนววินเทจ ทั้งเตียงหวาย โต๊ะเครื่องแป้ง สำหรับสาวหวาน ตัดสีขาวด้วยสีชมพูจากหมอนอิง

 

 

ถัดมาที่ชั้น 3 ซึ่งเป็นส่วนห้องอาหารแบบอินดอร์ไดนิ่ง ตั้งโต๊ะกลางขนาดใหญ่โชว์พื้นผิวอวดลายไม้ พร้อมส่วนประกอบอาหารเล็กๆ ตู้โชว์ตั้งวางของสะสมที่ได้มาจากทั่วทุกมุมโลก เช่น ถ้วย ชาม เครื่องเงิน และเครื่องแก้ว ตั้งเก้าอี้ Peafowl chair หรือเก้าอี้นกยูงสั่งทำจากร้านทำธรรมาสน์พระ โดยคุณเอ๊ะวาดรูปดอกไม้ไปเป็นแบบ และเลือกใช้สีธรรมชาติเพื่อให้เข้ากับบ้าน

 

 

ไฮไลท์สำคัญของที่นี่หนีไม่พ้นวิวชั้นยอดที่มาจากพื้นที่โดยรอบโครงการ ซึ่งสามารถเปิดหน้าต่างออกมายังระเบียงของห้องทานอาหาร ออกมารับวิวเขาใหญ่ที่สวยงามสุดลูกหูลูกตา “บ้านนี้ตอนที่มาเห็น พี่ไม่ได้คิดถึงราคาว่ามันเท่าไหร่เลยนะ แต่พี่คิดว่าวิวนี้มันเป็นพันล้านเลย” คุณเอ๊ะเล่าอย่างติดตลกว่าก่อนหน้ายังไม่มีหอเอน ทัศนียภาพโดยรอบทั้ง 380 องศา รายล้อมไปด้วยโครงการ Toscana Valley ที่บ้านแต่ละหลังสวยงาม และมีสวนที่ได้รับการตกแต่งดูแลอย่างดีอยู่แล้ว ซึ่งเป็นผลพลอยได้มาถึงมุมมองของบ้านเรา ประหนึ่งเป็นสวนของเราเอง แต่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแล

 

 

ในชั้นนี้มี 1 ห้อง Single Bedroom ตกแต่งแบบเรียบง่ายสำหรับ 1 คนพัก ห้องนี้มีไว้ให้คุณแม่มาพัก เพราะเป็นชั้นที่จอดรถทางด้านหลังบ้านเข้ามาแล้วจะเจอกับชั้นนี้พอดี ซึ่งถือเป็นทำเลที่ดีที่ช่วยให้ผู้สูงอายุที่มาพักไม่ต้องเดินขึ้นบันไดหลายชั้นเพื่อไปยังห้องนอน

 

 

ขึ้นมายังชั้นบนสุด กับห้องนอนสุดท้าย ในสไตล์เจ้าหญิงในเทพนิยาย ที่สาวหวานเห็นเป็นต้องกรี๊ดอย่างแน่นอน กับ ห้อง Butterfly เป็นห้องที่ใส่จินตนการของคุณเอ๊ะเข้าไปอย่างเต็มเปี่ยม คุณเอ๊ะเล่าถึงที่มาของการตกแต่งให้เราฟังว่าได้ผีเสื้อพลาสติกสีม่วง ชมพู ขาว มาจากจตุจักร ซึ่งได้หนึ่งตัวที่มีลายมาเป็นของแถม แต่ไม่ถูกใจ หลังจากนั้นพอมาเจอคุณกอล์ฟที่ออกมาจากร้านกรอบรูป กลายเป็นว่าผีเสื้อตัวนั้นเข้ากับรู้ที่ซื้อมาอย่างไม่น่าเชื่อ จึงติดผีเสื้อลายเดียวกันนั้นไว้ตรงมุม ก่อนจะตามด้วยหมู่มวลผีเสื้อที่กำลังโบยบิน ให้ความรู้สึกถึงการออกจากกรอบสู่ความเป็นอิสระ

 

 

ถัดจากห้องบัตเทอร์ฟลาย ออกมายังส่วนดาดฟ้า ที่สามารถ take view เขาใหญ่ได้กว้างไกลยิ่งกว่าเดิม เหมาะสำหรับขึ้นมานั่งเล่น นอนเล่นชิลล์ๆ ชมพระอาทิตย์ตก หรือรับลมหนาวชมดาวในคือเดือนมืดก็โรแมนติกสุดๆ จนไม่อยากจะเชื่อว่าที่นี่คือประเทศไทย

ไม่เพียงเป็นที่พักของครอบครัวเมื่อยามที่มีเวลาว่างการจากงานมาผ่อนคลายเท่านั้น ที่นี่ยังเปิดให้ผู้คนทั่วไปได้มาเช่าสำหรับมีช่วงเวลาดีๆ ในพื้นที่สวยๆ แบบไม่หวงเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง หรือข้าวของเครื่องใช้ชั้นดี เพราะคุณเอ๊ะเชื่อว่าทุกคนที่ติดต่อมาขอเช่าพักจะสัมผัสได้จากการพูดคุยกับเธอ ว่าเธอรักบ้านหลังนี้มากเพียงใด และเมื่อแขกเหล่านั้นสัมผัสได้ก็จะดูแล และถะนุถนอมบ้านนามว่า Castello หลังนี้ให้ยังสวยงามและคงสภาพเดิมเช่นกัน

 


 

 

 

จำนวนคนเข้าชม : 6,345 ครั้ง

advertisement image

YOU MAY ALSO LIKE