advertisement image

เอาใจสายชิลล์กับ 4 สถานที่น่าไปประจำย่าน “ฝั่งธนฯ – ฝั่งพระนคร”

ตามไปเช็คอินกับ 4 สถานที่เที่ยวน่าไปกันเลย

 

 


 

หากเอ่ยถึงย่าน“ฝั่งธนฯ– ฝั่งพระนคร”เชื่อว่าเพื่อนๆน่าจะนึกถึงแหล่งท่องเที่ยวที่รวบรวมไลฟ์สไตล์ฮิปๆ ของคนรุ่นใหม่ไว้อย่างแน่นอนอีกทั้งยังได้สัมผัสวิถีชีวิต วัฒนธรรมและการอยู่อาศัยที่ผูกพันกับริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยามาช้านาน นับเป็นอีกเสน่ห์หนึ่งที่ทำให้ในย่านเหล่านี้ดูน่าค้นหา ไม่เพียงเท่านั้นฝั่งธนฯ และฝั่งพระนครเองยังถือเป็นทำเลศักยภาพทำเลหนึ่งที่เหมาะแก่การพัฒนา โดยเฉพาะในด้านอสังหาริมทรัพย์ คมนาคม และเศรษฐกิจ รวมถึงมีสถานีรถไฟฟ้ามารองรับการเดินทางเชื่อมสู่ใจกลางเมืองของกรุงเทพฯ อีกด้วย โฮมดีดีดอทคอมจะขอแนะนำ 4 สถานที่น่าไปในย่านเหล่านี้กันค่ะ จะมีที่ไหนกันบ้างไปชมกันเลย

 

 

1.สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสนามไชย

 

ปักหมุดที่แรกตามแนวรถไฟฟ้าใต้ดินที่เชื่อมต่อจากใจกลางเมืองกรุงเทพฯมาสู่เขตเมืองเก่าของเกาะรัตนโกสินทร์ที่สถานี “สนามไชย” ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่สำคัญ และได้รับการตกแต่งภายในสถานีโดยศิลปินแห่งชาติ รศ.ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี นอกจากนี้ยังได้ถูกคาดหวังว่าจะเป็น 1 ใน 4 ของสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่ตกแต่งสวยที่สุดในประเทศไทย

 

 

สถานีสนามไชยเป็นสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินของโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินในเส้นทางรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล ส่วนต่อขยายหัวลำโพง-บางแค โดยตั้งอยู่ใจกลางเกาะรัตนโกสินทร์ในแนวถนนสนามไชยบริเวณวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามที่ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาไปยังฝั่งธนบุรีและภายในสถานีแห่งนี้ได้เน้นการตกแต่งที่สะท้อนถึงความเป็นไทย พร้อมการตกแต่งอันละเอียดอ่อน วิจิตรตระการตา ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จและเปิดบริการในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2562

 

สำหรับการตกแต่งภายในทางเข้าและจุดจำหน่ายตั๋วรถไฟฟ้า เมื่อเข้ามาสู่ภายในสถานีนี้จะพบกับความงดงาม ของงานสถาปัตยกรรมไทย อย่างเสาประดับด้วยบัวจงกลปิดทองคำเปลว และลายกระเบื้องตกแต่งลายประจำยามในสมัยสุโขทัย ส่วนพื้นและผนังออกแบบจำลองให้คล้ายกับกำแพงเมือง พร้อมแต่งเสาเสมาของพระบรมมหาราชวัง ส่วนผนังเพดานฉลุลาย“ดาวล้อมเดือน”ปิดทองคำเปลว นอกจากนี้บริเวณตัวคานด้านบนประดับด้วยลายกรวยเชิง, ลูกขนาบ, ลายหน้ากระดาน, ช่อแทงลายและลายดอกประจำยามที่นำมาผูกลายใหม่ลงพื้นด้วยสีแดงตัดลายสีทองให้ดูโดดเด่นขึ้น สอดรับกับพื้นที่ใช้งานและเข้ากับยุคสมัยใหม่ มาที่นี่นอกจากจะได้ซึมซับความเป็นไทยแล้ว ยังเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางในเวลาเร่งด่วนอีกด้วย

 

 

2.ล้ง 1919

 

 

ถ่ายรูปชิคๆ พร้อมสัมผัสถึงวัฒนธรรมจีนโบราณผ่านงานสถาปัตยกรรมอันร่วมสมัย ภายใต้คอนเซ็ปต์สมัยใหม่ที่เข้ากับไลฟ์สไตล์คูลๆ ที่ ล้ง 1919แหล่งท่องเที่ยวน่าไปอีกที่หนึ่งที่พลาดไม่ได้ในย่านฝั่งธนฯ ที่นี่ได้รวบรวมศิลปะ วัฒนธรรม งานดีไซน์ มาไว้ในที่เดียวกัน เพื่อตอบโจทย์คนที่รักในการท่องเที่ยว ถ่ายภาพ กิน ดื่ม และเสพย์งานดีไซน์อย่างมีสไตล์ รองรับความเจริญรุ่งเรืองของการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยและแหล่งช็อปปิ้งมอลล์อีกหลายแห่งที่กำลังจะมีกำหนดแล้วเสร็จในเร็วๆนี้

 

 

มาที่นี่จะพบกับความดิบ เท่ น่าค้นหากับร่องรอยประวัติศาสตร์ของตัวอาคารที่เคยเก่าทรุดโทรมอายุกว่า 160 ปีผสานกับการดีไซน์งานสถาปัตย์ภายนอกอาคาร เพื่อเก็บรักษาตัวอาคารเดิมให้ได้มากที่สุด ซึ่งตัวอาคารแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1.อาคารจีนอนุรักษ์ที่ให้บบรยากาศเก่าๆ เน้นการเก็บรักษาโครงสร้างเดิมไว้ สอดแทรกการเรียนรู้ถึงโครงสร้าง มีการทุบฝ้า และโครงสร้างบางส่วน เพื่อเผยให้เห็นเนื้อแท้ และความสวยงามที่ซ่อนอยู่ 2.ที่ประดิษฐาน “เจ้าแม่ทับทิม” หรืออีกชื่อหนึ่งว่า “ศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว”เทพผู้คุ้มครองคนเดินเรือ เพราะเดิมสถานที่แห่งนี้ในอดีตคือ ท่าเรือกลไฟ จึงเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนจีนในแผ่นดินไทย เคารพนับถือในเรื่องการทำมาค้าขายให้ร่ำรวย และ3.โกดังริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีทั้งโกดังไม้ และโกดังปูน ใช้สำหรับเก็บของซึ่งอยู่ในช่วงรัชกาลที่ 7

 

 

ล้ง 1919 จึงเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยว ชมประวัติศาสตร์จีน และยังเป็น Co-working Space ที่รวบรวมงานสถาปัตยกรรม ศิลปะ ร้านอาหาร และเครื่องดื่มไว้อย่างครบครัน อย่าง ร้านนายห้างร้านอาหารโรงสี โปรดักส์งานดีไซน์ของศิลปินรุ่นใหม่เป็นต้น รวมถึงสามารถชิลล์เอ้าท์ได้ที่โซนนั่งเล่นริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วย

 

 

3.ท่ามหาราช

 

 

เดินกินลม ชมวิวแถมเก็บภาพในแบบชิคๆ ที่ ท่ามหาราช คอมมูนิตี้สุดฮิปย่านฝั่งพระนครตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยามาพร้อมกับคอนเซ็ปต์  Riverside Eatery, Urban Oasis, Art & Culture Market มาที่นี่นอกจากจะได้ชมวิวริมน้ำสวยๆแล้ว ยังได้ท่องเที่ยวแวะชมงานศิลปะ ลิ้มรสเมนูอาหารมากมาย พร้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศโดยรอบ พลางสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชนอีกด้วย

 

 

เรียกได้ว่าเป็นสถานที่เที่ยวที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ชิคๆของคนรุ่นใหม่ ที่สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย เนื่องจากรองรับการเดินทางทั้งทางเรือ, รถยนต์, และรถเมล์ อย่างครอบคลุม จึงเป็นที่เที่ยวที่น่าสนใจในย่านฝั่งพระนครที่เต็มไปด้วยเสน่ห์กลิ่นอายของวิถีชุมชนในอดีต และยังไม่ลืมที่จะผสมผสานสไตล์ของคนรุ่นใหม่เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว  

 

 

 

advertisement image

 

 

 

4.ช่างชุ่ย

 

 

เขยิบออกมาย่านบางพลัดที่ “ช่างชุ่ย” แหล่งรวบรวมไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็น CO - WORKING SPACEร้านค้า ร้านอาหาร บาร์ คาเฟ่สุดแนว สถานที่จัดอีเว้นท์ โรงหนังสแตนด์ อโลน และอาร์ต แกลเลอรี่ที่ได้เนรมิตพื้นที่โล่ง ทรุดโทรม กว่า 11 ไร่ ให้กลายเป็นแหล่งช็อปปิ้ง กินดื่ม และของตกแต่งดีไซน์แสบๆ ที่ชวนเช็คอิน บอกเลยว่าคนรักงานศิลปะ แฟชั่นจะต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน

 

อดไม่ได้ที่จะหยิบกล้องถ่ายรูปมาแชะภาพงานสถาปัตย์และงานดีไซน์เท่ๆที่นี่ โดดเด่นตั้งแต่ประตูทางเข้ากับป้ายชื่อใหญ่มหึมาอันเป็นเอกลักษณ์ และเครื่องบินลำใหญ่ชื่อ Lockheed รุ่น TriStar ตั้งเด่นตระหง่านคอยทักทายผู้มาเยือนเป็นมิตร นอกจากนี้ยังมีตัวอาคารที่ออกแบบวัสดุแปลกมาประติดประต่อให้เข้ากัน อย่าง สังกะสี ไม้เก่า รวมถึงเฟอร์นิเจอร์สไตล์วินเทจที่ใช้งานได้จริง  ในขณะที่แลนด์สเคปส์โดยรอบยังส่งเสริมให้ดินแดนแห่งนี้ดูร่มรื่น และสบายตาสุดๆ

 

และก็คงจะดีไม่น้อยถ้าหากเราสามารถลดระยะทางในการเดินทางสู่สถานที่เที่ยวสุดฮิปเหล่านี้ แล้วมาเพิ่มเวลาแห่งความสุขให้มากยิ่งขึ้น ด้วยการเลือกที่พักอาศัยให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ที่ตอบโจทย์ทุกเหตุผลของการใช้ชีวิตของคุณได้อย่างลงตัว กับ โครงการ เดอ ลาพีส จรัญ 81(De LAPIS Charan 81)จากบริษัทแกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด หรือ GRAND UNITY คอนโดมิเนียมไฮไรส์ย่านฝั่งธนฯที่ตั้งอยู่ใจกลางถนนจรัญสนิทวงศ์ ติดกับMRTสายสีน้ำเงิน สถานีบางพลัดนับว่าเป็นหนึ่งในคอนโดไม่กี่แห่งที่ได้สัมผัสวิวสวยของโค้งน้ำเจ้าพระยาอย่างค่อนข้างใกล้ชิดและได้ท่องเที่ยวตามสถานที่ไลฟ์สไตล์ที่อยู่ในย่านชุมชนเก่าริมแม่น้ำ ใกล้ใจกลางกรุงเทพแบบชิคๆในวันพักผ่อนได้อย่างไม่มีสะดุด

 

 

ซึ่งโครงการ เดอ ลาพีส จรัญ 81 เป็นคอนโดมิเนียมสูง 32 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 635 ยูนิต และร้านค้า 2 ยูนิต ประกอบด้วยแบบห้อง Studio และ 1 bedroom  ขนาด 26 ตร.ม. 1 Bedroom plus และ 1 Bedroom Corner ขนาด 34.5 ตร.ม. และ 2 Bedroom ขนาด 60 ตร.ม. โดยราคาเริ่มต้นที่ 2.49 ล้านบาทสำหรับห้อง 1 Bedroom

 

 

ภายใต้คอนเซ็ปต์การตกแต่งห้องสไตล์โมเดิร์น มาพร้อมเฟอร์นิเจอร์ในรูปแบบ Fully Fitted เลือกใช้วัสดุพรีเมี่ยม และชุดเฟอร์นิเจอร์บิลท์อินมาตกแต่งห้อง บวกกับการจัดวางฟังก์ชั่นที่เชื่อมโยงการใช้งานภายในห้องได้อย่างลงตัวและเพดานสูงถึง2.75 เมตร จับคู่กับการติดตั้งหน้าต่างขนาดใหญ่ให้สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างกว้างไกล โดดเด่นด้วย Private Balcony ที่ช่วยอำพรางสายตาของผู้อื่นในระหว่างซักผ้าและตากผ้าได้ โดยไม่ทำให้เสียทัศนียภาพในการชมวิวอันสวยงามที่สุดในย่านนี้

 

 

นอกจากการดีไซน์ห้องที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่แล้วทางโครงการยังได้ออกแบบชั้นบนเป็น Roof Top ที่ให้ความรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัว มีSky Fitness มาเอาใจคนรักสุขภาพได้ออกกำลังกาย พร้อมมองเห็นวิวเมืองมุมสูงอย่างกว้างไกล ตลอดจนมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่มาเติมเต็มความรู้สึกดีๆได้มากยิ่งขึ้น

 

 

รวมทั้งยังมี Sky Garden สวนชั้นดาดฟ้า ที่มาเติมเต็มบรรยากาศให้เสมือนพักผ่อนอยู่ในโรงแรมหรูระดับห้าดาวเลยทีเดียวรวมถึงทางโครงการได้ดีไซน์พื้นที่ Co-Working Space เพื่อตอบโจทย์คนทำงานรุ่นใหม่ที่ต้องการพื้นที่ส่วนตัวในการคิดงานอย่างเต็มที่

 

ทั้งเดินทางเชื่อมต่อใจกลางเมืองได้อย่างสะดวก เนื่องจากที่ตั้งของโครงการห้อมล้อมด้วยแหล่งคอมมูนิตี้สำคัญรอบด้าน โดยมีจุดเด่นทางด้าน Accessibility ที่ชัดเจนรองรับการเดินทางที่เชื่อมโยงถนนสายหลักสู่ใจกลางเมืองย่านดัง ได้แก่ ดุสิต ราชวิถี อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิรวมถึงใกล้กับจุดขึ้น-ลงทางด่วนพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก เพียง 5 นาที และสำหรับสายฮิปสเตอร์ แบกกล้องสะพายเป้สามารถเดินทางทางเรือต่อเดียวถึงสาทร ด้วยท่าเรือสะพานกรุงธน เพียง 15 นาทีซึ่งได้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ชอบท่องเที่ยว พักผ่อนในเชิงวัฒนธรรม พลางซึมซัมบรรยากาศในย่านฝั่งธนฯ ที่ยังคงเก็บรักษาความเป็นเมืองเก่า ไปกับการพัฒนาเมืองให้ก้าวหน้าสู่ยุคสมัยใหม่แห่งอนาคตไปพร้อมกัน

 

 

โครงการ De LAPIS Charan 81ได้เปิดให้ลงทะเบียนเพื่อรับส่วนลดสูงสุดถึง 250,000 บาท ที่ https://goo.gl/BBB8N3 และจะเปิดให้เข้าชมห้องตัวอย่างในวันที่ 25 เมษายน นี้โดยมีกำหนดเปิดจองอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 – 20 พฤษภาคม ศกนี้ ในราคาเริ่มต้น 2.49 ล้านบาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02 652 4000

 

 


 

 

 

จำนวนคนเข้าชม : 99,905 ครั้ง

advertisement image

YOU MAY ALSO LIKE