เล็กแต่กว้างแต่งห้อง Studio ขนาด 22 ตร.ม. ให้มีฟังก์ชันครบแบบไม่ต้องง้อต่อเติม

อยู่ห้องที่เล็กแต่ให้ความรู้สึกที่ไม่เล็กจนอึดอัด โดยการเลือกใช้ฟังก์ชันในการใช้งานของเฟอร์นิเจอร์เข้ามาเป็นตัวช่วยในเรื่องของการตกแต่ง จึงทำให้พื้นที่ 22 ตร.ม.เป็นพื้นที่ดูกว้างและโล่งสบาย

เรื่อง สันติภาพ หุมอาจ ภาพ วลีวัลย์ ขำคม


หากเราจะหาที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองสักที่คงจะหนีไม่พ้นคอนโดมิเนียมอย่างแน่นอน เช่นเดียวกับเจ้าของห้องที่เราจะพามาดูตัวอย่างเรื่องของการตกแต่งห้อง Studio ขนาดเล็กในวันนี้ โดยมีการวางโจทย์ไว้ว่าคอนโดที่จะซื้อ ต้องใกล้สถานที่ทำงาน การเดินทางต้องสะดวก และที่สำคัญต้องมีเส้นรถไฟฟ้าตัดผ่าน 3สิ่งที่ตั้งโจทย์ไว้นี้จึงได้มาเป็น condo ideo mobi charan interchange

ต้อนรับทักทายด้วย Postcard ในห้อง Studio ขนาด 22 ตร.ม. ซึ่งเป็นขนาดที่เล็กที่สุดของคอนโดมิเนียม แต่จะบอกว่าเมื่อเข้ามาภายในห้องนี้ไม่ได้รู้สึกอึดอัดเลยแม้แต่นิดเดียว ในขณะที่ภายในห้องมีฟังก์ชันการใช้งานที่ครบ ไม่ว่าจะเป็นโซนห้องรับแขก ห้องนอน ห้องครัว และโซนรับประทานอาหาร เรามาดูกันทีละห้องที่ละโซนกันเลยดีกว่าว่าทางเจ้าของเขาตกแต่งยังไงถึงทำให้ห้องขนาด 22 ตร.ม. มีพื้นที่การใช้งานเหมือนห้อง 1bed room ได้ขนาดนี้

          โซนแรกเมื่อเข้ามาภายในห้องเป็นโซนรับแขกและเป็นทั้งมุมนั่งเล่นไปในตัว โดยมีการจัดวางโซฟาถึงสองตัวและโต๊ะสำหรับใช้วางของหนึ่งตัว พร้อมตู้รองเท้าขนาดใหญ่ที่สามารถบรรจุรองเท้าได้ไม่ต่ำกว่า 20คู่ ถึงกับต้องร้องอู้หูว… กันเลยใช่ไหมครับ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะการใช้ฟังก์ชันของเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดจึงทำให้เก็บสิ่งของไว้ในห้องได้เยอะขนาดนี้

ตู้รองเท้าจากแบรนด์ Karunai(คารุนาอิ) ที่ถูกสั่งทำชั้นวางใหม่โดยการซอยชั้นวางให้ถี่กันมากกว่าชั้นวางทั่วไปเพื่อที่จะได้บรรจุรองเท้าได้มากกว่าปกติ ประตูของตู้ใช้กรุกระจกเงาสีน้ำตาลเข้มเพื่อให้ดูเท่และตัดกับสีของเฟอร์นิเจอร์บิลท์อินชิ้นอื่นที่อยู่ภายในห้อง ติด Postcard จากเมืองต่างๆในประเทศสเปนเพื่อเป็นที่บ่งบอกและเป็นความทรงจำดีๆ ว่าครั้งหนึ่งเคยได้ไปเยือนมาแล้ว

เปิดประตูเข้ามาทุกคนคงสงสัยว่าไม่เห็นห้องนอนกันใช่ไหมละครับ จะไปเห็นได้ยังไงก็ห้องนอนถูกซ้อนอยู่ในห้องเดียวกันกับห้องนั่งเล่น จากฟังก์ชันการพับเก็บได้ของเตียงนอน เตียงนอนสามารถพับเก็บเข้ากับผนังห้องได้ เพื่อการใช้พื้นที่ทุกตารางเมตรให้มีประโยชน์และคุ้มค่าที่สุด แบ่งกันเขตบริเวณโซนห้องรับแขกกับโซนห้องนอนด้วยผ้าม่านสีน้ำตาลเข้มซาฟารี เพียงแค่นี้ก็สามารถได้ห้องนอนพร้อมห้องรับแขกในพื้นที่ที่ไม่กว้างได้แบบสบายๆ

โซฟารับแขกไม่ได้มีเพียงแค่นั่งพักเอนกายสบายๆ เท่านั้น แต่ยังสามารถเก็บชุดเก้าอี้สำหรับโต๊ะรับประทานได้อีกด้วย ในโซนรับแขกจึงสามารถรังสรรค์มุมรับประทานอาหารเพิ่มได้อีกหนึ่งฟังก์ชัน

 

ภายในห้องมีการเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อให้ความเป็นธรรมชาติด้วย ต้นไทรใบสัก , ลิ้นมังกร , ยางอินเดีย , วาสนาด่าง เป็นต้น ต้นไม้เหล่านี้เหมาแก่การปลูกในห้องเพราะสามารถช่วยฟอกอากาศให้ภายในห้องมีอากาศที่บริสุทธิ์อยู่ตลอดเวลา ต้นไม้เหล่านี้ก็ดูแลรักษาได้ไม่ยากเพียงตั้งไว้ให้โดนแสงและรดน้ำเพียงอาทิตย์ละ 2-3 ครั้งเท่านั้น

ในห้องที่มีพื้นที่จำกัดควรมีตัวช่วยที่ทำให้ห้องดูกว้างขึ้น โดยการใช้โทนสีและกระจกสะท้อนเข้ามาช่วย สีที่ควรเลือกใช้ควรเป็นโทนสีอ่อนและสว่างเช่น สีขาว สีน้ำตาลอ่อน เป็นต้น ส่วนวัสดุที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ควรนำมาเป็นตัวช่วย คือกระจกเงาสะท้อน เพราะกระจกสามารถสะท้อนภายในห้องให้ดูกว้างขึ้นแม้เป็นเพียงภาพหลอกตาแต่สามารถสร้างความรู้สึกให้ห้องดูกว้างและโล่งขึ้นได้

อีกหนึ่งฟังก์ชั่นการใช้งานตู้บิลท์อินเลื่อนเปิด-ปิดระหว่างทางเดินเชื่อมเข้าสู่ห้องครัว เพื่อป้องกันกลิ่นอันไม่พึงประสงค์เข้าสู่โซน living area ภายในห้องครัวตกแต่งให้มีบาร์และตู้เคาน์เตอร์บิลท์อินเก็บของในโทนสีน้ำตาลอ่อน บาร์พับเก็บเพื่อเพิ่มพื้นที่ภายในห้องครัวได้ เหนือบาร์ขึ้นไปเป็นตู้บิลท์อินที่สามารถห้อยแขวนแก้วไวน์ทำเป็นมุมบาร์ที่สร้างบรรยากาศได้อีกหนึ่งมุม

พื้นที่ระเบียงยังเลือกใช้ประโยชน์เป็นโซนซักล้าง และเป็นพื้นที่ปลูกต้นไม้สีเขียวเพื่อไว้หมุนเวียนเปลี่ยนกับต้นไม้ที่อยู่ภายในห้อง จึงทำให้ต้นไม้ภายในห้องดูเขียวและสวยงามอยู่ตลอดเวลา

                 ห้องที่มีพื้นที่จำกัดไม่จำเป็นต้องอึดอัดและไม่ควรตัดฟังก์ชันการใช้งานออกเสมอไป แต่มันอยู่ที่การตกแต่งและการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ให้เข้ากับห้องของเรา เพื่อให้ภายในห้องมีฟังก์ชันการใช้งานที่ครบ เช่นเดียวกับห้องที่เราเลือกมาเป็นตัวอย่างในวันนี้ โดยเจ้าของได้ให้คำนิยามไว้ว่า “เล็กแต่ครบ ถึงจะเป็นคอนโดขนาดเล็กแต่มีทุกอย่างครบในแบบฉบับบ้านที่แสนอบอุ่น”